คราใดก็ตามที่เอ่ยถึงบทบาทของเอ็นจีโอ หลายคนอาจจะต้องนึกถึงภาพความเคลื่อนไหวทั้งด้านบวกและลบ เพราะทางหนึ่งรัฐอาจมองว่าการทำงานของเอ็นจีโอคือองค์การที่เคลื่อนไหวก่อกวนทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ แต่อีกทางหนึ่งในสายตาชาวบ้านคำตอบกลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากชาวบ้านมองว่าเอ็นจีโอเป็นเสมือนพี่เลี้ยงที่จะทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพวกเขาในยามที่ตกเป็นเบี้ยล่างจากความล้มเหลวของการพัฒนาประเทศ
อะไรคือข้อแตกต่างทางความคิดระหว่างรัฐกับประชาชน แล้วเหตุใดการทำงานของเอ็นจีโอจึงต้องถูกมองในด้านลบเสมอมา ทั้งที่บทบาทของพวกเขาล้วนมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระของหน่วยราชการ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบแง่มุมในการทำงานของกลุ่มคนที่ยึดอาชีพ เอ็นจีโอ หรือ (Non-Governmental Organization) ได้ดียิ่งขึ้น คอลัมน์ งานคือเงิน วันนี้อาสาพาท่านไปทำความรู้จักกับอาชีพนี้กัน
เอ็นจีโอ ก็คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่การทำงานเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนและสร้างความรู้แก่ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศนี้ ซึ่งเป็นการทำให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมเรียกร้องสิทธิที่พึงมีพึงได้ โดยทั่วไปการ ทำงานของเอ็นจีโอจะมีความหลากหลายครอบคลุมเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็ก สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สิทธิมนุษยชน ผู้หญิง แรงงาน ที่อยู่อาศัย การมีส่วนร่วมทางการเมือง ฯลฯ
แต่กว่าที่เอ็นจีโอหนึ่งคนจะก้าวเข้ามาทำงานในเส้นทางนี้ได้นั้น จำเป็นต้องศึกษาสภาพปัญหาที่เป็นรากเหง้าของชาวบ้านเพื่อเป็นพื้นฐานไปพร้อมกับการทำงานด้วยใจ มีความรับผิดชอบและจรรยาบรรณทางวิชาชีพมากกว่ามุ่งเน้นเรื่องผลประโยชน์ จริงอยู่การทำงานของเอ็นจีโอจำเป็นต้องได้รับเงินอุดหนุนจากองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศแต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาจำกัดความ มีอิสระในการทำงานเพราะงานเอ็นจีโอต้องทำคู่ขนานไปกับความมีศักดิ์ศรีและตรวจสอบได้
เสน่ห์ หงษ์ทอง เอ็นจีโอผู้คร่ำหวอดในวงการแรงงาน บอกถึงหัวใจในการทำงานของอาชีพเอ็นจีโอว่าการทำงานด้านนี้มีทั้งการช่วยเหลือสังคมสำหรับชาวบ้านที่ถูกละเมิดสิทธิไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง เด็ก สตรีที่ถูกกระทำ เรามีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเป็นเบื้องต้นตามแต่สภาพปัญหา จากนั้นประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือแบบยั่งยืน ขณะเดียวกันงานที่ทำเราก็ทำเพื่อหารายได้เลี้ยงปากท้องตัวเองและครอบครัวด้วย
คนที่ทำงานเอ็นจีโอต้องสร้างผลงานเป็นธรรมดาแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงไม่ใช่การยุแยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกเพราะไม่ใช่หน้าที่และไม่ใช่แนวทางที่เอ็นจีโอจะทำกัน ที่สำคัญเอ็นจีโอที่ดีจะไม่นำความอ่อนแอของประชาชนมาสร้างเป็นเงื่อนไขให้เกิดความเข้มแข็งในหมู่เอ็นจีโอ ทำอย่างนี้เท่ากับเราทรยศกับอาชีพ เรามีหน้าที่ให้ความรู้และข่าวสารกับประชาชนอย่างรู้เท่าทัน พูดง่าย ๆ ว่างานเอ็นจีโอเป็นงานที่มีอุดมการณ์ รายได้พออยู่พอกิน คนที่รักจะทำงานตรงนี้ต้องตระหนักว่าเราไม่ใช่เจ้านาย หากแต่เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำเพื่อยกระดับความรู้ให้กับประชาชน
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้ามาคลุกคลีงานเอ็นจีโอก็เพราะมีโอกาสได้เป็นแกนนำเรียกร้องสิทธิให้กับคนงานได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ดี ขึ้น ในช่วงนั้นดิฉันทำงานอยู่ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเห็นคนงานถูกเอาเปรียบมาเยอะ เช่น จ่ายค่าจ้างไม่เป็นธรรม ไม่ให้ค่าทำงานล่วงเวลา เราจึงต้องลุกขึ้นต่อสู้ รวมตัวตั้งสหภาพแรงงานเพื่อเรียกร้องสิทธิ จากนั้นจึงพัฒนาตัวเองมาเป็นเอ็นจีโอด้านแรงงานอย่างเต็มตัว
ยอมรับว่าทำงานแบบนี้เหนื่อยแต่ก็มีความสุขและเสี่ยงไม่น้อยเพราะการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมบางครั้งอาจไปขัดผลประโยชน์ของใครบางคน ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนกรณีการเสียชีวิตของนายเจริญ วัดอักษร แกนนำต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าหินกรูด-บ่อนอก ทุกวันนี้มีเอ็นจีโอหลายคนต้องถูกข่มขู่เอาชีวิต ทำร้ายร่างกาย เราก็ต้องรู้จักรักษาตัวรอดให้ได้
ช่วงที่ต้องนำม็อบคนงานไปประท้วงเรียกร้องตามสถานที่ต่าง ๆ พวกเราจะถูกดักฟังความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว หรือบางทีก็ถูกประชาชนต่อว่าหากการประท้วงต้องกีดขวางการจราจร ฉะนั้นงานของเราจึงต้องสร้างแนวร่วม ทำความเข้าใจและระดมทุนเป็นค่าใช้จ่ายในเวลาที่ต้องกินนอนกับม็อบ บางครั้งต้องอยู่เป็นเดือนก็ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ ซึ่งไม่ใช่การปลุกปั่นให้คนประท้วงเรื่อยเปื่อย อยากให้รัฐบาลเปลี่ยนทัศนคติมอง เอ็นจีโอซะใหม่เพราะลำพังเอ็นจีโอเล็ก ๆ คงไม่อาจหาญต่อสู้กับผู้มีอำนาจอยู่แล้ว ถ้าชาวบ้านไม่เดือดร้อนเราก็คงไม่ออกมาหรอก เสน่ห์พูด ทิ้งท้ายให้แง่คิด.